วันเลี้ยงเพลพระ
ครั้งนี้จะมาเม้าท์เรื่องการเดินทางกลับมาเลี้ยงเพลพระ ด้วยความสมบุกสมบันมาก 555
เริ่มจาก วันที่ 4 เมษายน 2566 ที่กลับจากบ้านมากรุงเทพกะพี่เขย วันที่ 5 เมษาหอบสังขารไปสอนหนังสือคือสอนเรื่อง CPR ด้วยความที่เราชำนาญช่ำชองในเรื่องนี้รวมเด็ก 80 คนคิดว่าชิวๆ ที่ไหนได้เกือบตายเพราะเด็กเยอะทำให้สอบไม่ทันทำให้เด็กค้างประมาณ 30 คน อีกวันคือวันที่ 7 เมษา โดยก่อนหน้านี้แม่ได้โทรมาถามว่ากลับเมื่อไหร่มาถึงเสาร์เช้าได้มั้ยเพราะจะทำเพลพระ เราก็ดูตํ๋วแล้วล่าสุดคือไม่มีตั๋วเลยมีอีกที่ก็เสาร์เย็น ถ้าเราไปก็ถึงอาทิตย์เช้าไม่ทันพอดี วันนั้นก็นั่งเล่นคอมดูไปดูมาสักตี 2 เข้าไปดูเวปอีกล่าสุดกรี้ดดเลยโผล่มารถ ป 1 น่าจะเป็นรถเสริมเราเลยรีบจองเสร็จแล้วเลยรีบเข้านอนตื่นเช้ามาเตรียมไปสอนหนังสือตื่นตะ 6 โมงอาบน้ำแต่งตัวเรียกรถไป รร วันนี้เตรียมตัวมารับดับหนึ่งในการสอน CPR อีกห้องหนึ่ง โดยเราพยายมทำเวลาไม่เวิ้นเวอร์ไม่ออกทะเลเข้าเนื้อหาอย่างเดียว 555 ซ้อมเช้า บ่ายมาเริ่มสอบบเลย โดยบอกกะเด็กว่ารีบสอบรีบเลิกเลิกสัก 4 โมงครึ่งสรุปสุดท้ายเลย 5 โมงครึ่งจ้าน้ำตาจะไหล เด็กน้อยสมัยนี้ไม่ค่อย Concentret สักเท่าไหร่ห่วงเล่นพอสอบก็ทำไม่ถูกอยากทุบจิงๆแต่อาจเป็นเพราะวิธีการสอนที่ไม่ครอบคลุมสำหรับเด็กเกือบ 80 คนพอสอบคนสุดท้ายจบรีบวิ่งติดสปีดกลับบ้านเลยยจ้ามาถึงห้องก็ เกือบทุ่มรีบอาบนน้ำแต่งตัวเก็บของนั่ง MRT ไปจตุจัตรละซิ่งมอไซวินไปขนส่งหมอชิต เป็นครั้งแรกที่มอไซพาซิ่งเกือบตายปกตินี่จับแค่ข้างหลังเบาะ แต่นี้จับเสื้อพี่วินด้วย 555 ถ้ากูตกพี่ต้องตกไปกับผมด้วย พอมาถึงหมอชิตนี่แบบโล่งมากสาธุพระเจ้า เยซู บุดด้าสักหน่อยละวิ่งเข้าไปแลกตั๋วตอนนั้นก็ เกือบ 2 ทุ่มแล้วเข้าเซเว่นซื้อหนมละไปรอรถพอสัก 2 ทุ่มครึ่งรถก็มาแต่รถเรา 21.00 นะ คนที่มารอรถวันนั้นเยอะมากเป็นแสน (เวอร์ไว้ก่อน)
พอคนครบพนงขับรถก็ออกเลยทั้งคันมีทุกรุ่นทุกวัย ตั้งแต่เด็กแรกเกิดยันคนแก่เลย เดินทางออกจากกรุงเทพตอน 3 ทุ่มเราได้นั่งข้างผชน่าจะชาวต่างชาติ (พม่า) GA ผอมมากนั่งชันเข่าบนเบาะได้ในขณะที่ชั้นแน่เพราะติดพุง 555 พอออกจากสถานีมาได้สักพักนี่ก็หลับจ้าหลับเลยสะดุ้งตื่นอีกทีรถมาจอดแถวปั้มเพื่อรับเบอร์เกอร์กับน้ำมาให้ลูกค้า (ของสมบัตร์ทัวร์นะจ๊ะ) นี่ก็กินเรียบทุกอย่างเลยแล้วก็เล่นเกมส์ต่อจนถึง 5 ทุ่มรถเเวะพักที่จุดพักรถให้กินข้าวกินน้ำเข้าห้องน้ำ 20 นาที เราก็ไปซื้อหนมน้ำมากินต่อ กินตลอดทางพอท้องอิ่มก็หลับสสิจ่ะจากที่พักที่ยุดยาจนมาตื่นเส้นแม่สอดตาก ที่ตื่นเพราะมีคนกรนในรถ ดังมากกรนแบบสนั่นหวั่นไหวสเทือนดินเลยตื่นตั้งแต่ก่อนด่านหัวยยะอุจากนั้นก็นอนไม่หลับเรื่อยมากจนตี 5 ก็ถึงขนส่งแม่สอด แม่ก็ไลน์มาถามว่าอยู่ไหนกำลังจะถึงนะ ละนั่งรถต่อเข้าบ้านอีกชั่วโมงหนึ่งเตรียมของมาถวายพระซึ่งมาถึงกว่าจะมาถึงวันก็ 7 โมงครึ่งแล้วพระฉันอาหารไปเรียบร้อยแล้วเลยกลับบ้านอาบน้ำนอนต่อ 555 วันนั้นก็ทำความสะอาดบ้านเก็บข้าวเก็บของ เตรียมของทำกับข้าวให้พระฉันเพลวันพรุ่งนี้ต่อไป จบวันที่ 8 เมษาไปอีก 1 วัน
วันที่ 9 เมษายน 2566 นี่ตื่อนมาตี 5 มาทำกับข้าวกับปลาช่วยพ่อช่วยแม่ทำอาหารเพลพระ แต่ตอนเช้าจะไปตักบาตรพระพระมาเดินบินฑบาตรผ่านหน้าบ้านตอน 6 โมงครึ่งแต่เราท้องเสสียเลยไม่ได้ไป (บุญบาปจิมๆ) จากนั้นสัก 10 โมงเราก็ขนของขนอาหารไปจัดเตรียมที่วัดโดยมีคนมาช่วยกันเยอะอยู่ เหตุที่มีคนมาช่วยเยอะ สอบถามจากพี่ๆแถวนั้นบอกว่าวันนี้จะมีพระมาบวชเพิ่มอีก 30 รูปจากหมู่บ้านอื่นๆเลยมีคนมาช่วยเยอะหน่อย เราก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือช่วยกันแปปเดียวเสร็จจัดโต๊ะ (ขันโตก) ประมาณ 13 โต๊ะ
อาหารน่ากินมากพอ 11 โมงพระท่านก็มาฉันเพลกันมาแบบทัวร์เลยลงปุ้บสวดปุ้บฉันปั้บเพราะบ่ายมีงานศพที่ต้องไป ทั้งยัังบวชคนอีกดูธุรกิจรัดตัวกันมากๆเลย พอทานกันเสร็จเราก็เก็บข้าวของเก็บจานชามไปล้างกัน โดยแม่กะเพื่อนช่วยกันล้างส่วนเราก็ไปล้างน้ำสุดท้ายช่วยอีกที ฟังเขาเม้ามอยกันสนุกดี จากนั้นกลับบ้านล้างถ้วยล้างจากที่บ้านต่ออีกอาบน้ำอีกครั้งสลบสไหลลเลยเพลียทั้งวันทั้งอาการทั้งการใช้แรงงาน มีไลน์ถามพระว่าเป็นงานอาหารการกินวันนี้จะเอารัยเพิ่มมั้ยพรุ่งนี้จะเอาไปให้
สรุปนางของมาม่าจ้า นี่เลยงงกินได้หรอนางบอกพวชพระขอ 3 วันจากนั้นทานได้เด๋วปฃงอาบัติที่หลังเอาอย่างเกร๋เลย ก็เลยโอเครเด่วไปซื้อมาม่าน้ำโค้กมาให้
วันที่ 10 เมษายน 2566 เช้านี้รีบตื่นอย่างไวเพราะจะไปใส่บาตรพระเลยถามพระไปว่าวันนี้บอนสายไหนละพระรายงานมาให้ดู
พอเดินเข้าไปโอ้ยยยยยยยนี่แหละที่นอนพระพระพระเพื่อนอีก 2 รูปน่าดีเอ็นดูที่อย่างคือ OPEN มีพัดลม 2 ตัวเป่าชั้นแบบห่ะนี่หรอที่พัก มิน่าเมื่อคืนคุยกะแม่เล่นๆว่าถ้ามาบวชขอตัดแอร์อยู่ห้องดีดีได้ม่ะนางเลยบอกว่าให้มาดูน้องบวชที่ป่าไผ่ซะก่อน เอ็นดูนางมากจากที่เคยรักสบายต้องมาอยู่แบบนี้ร้อนก็ร้อนตอนกลางคืนยุงอีกเห็นบ่นว่ามีหมาหอนอีกเพราะมีคนตายราายที่ 3 ติดต่อกันแล้ว หอนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย จากนั้นเราก็ขอตัวกลับ พระเลยบอกว่าไปเที่ยวโบสถ์ข้างบนสิเป็นโบสถ์จริงนะสวยด้วย นี่ก็งงว่าเอ่ะแล้วข้างล่างไม่ใช่โบสถ์หรอ 555 เลยขับรถไปดู สวยนะใหญ่ด้วยแต่รอบๆดูวังเวงมาก 555 เพราเราไปคนเดียวละไม่มีใครด้วยหรือป่าวก็ไม่รู็แต่ที่แน่ๆคือสวยกว่าโบสถ์ข้างล่างอีกทั้งเขาไม่เปิดให้เข้าไปดูข้างในนะ
ปล. จารุธมฺโม อ่านว่า จารุธัมโม แปลว่า ผู้มีธรรมดุจทองคำ (https://barameetham.com/jaruthummo/)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น