วันที่ดี น้องชายบวช

ห่างหายไปนานเพราะรู้สึกเบื่อ ๆ ยังไงไม่รู้สงสัยว่าช่วงนี้ตัวเองจะเป็นซึมเศร้าเลยลองแอบประเมินภาวะซึมเศร้าผลพบว่าเรามีระดับความซึมเศร้าอยู่ในระดับปานกลาง 555 แต่มีความคิดฆตตที่ต่ำอยู่เพราะฉะนั้นสบายใจได้ระดับหนึ่ง ตอนนี่ที่เขียนบล็อกอยู่ dopamin อาจกำลังหลั่งแบบถล่มทลายอยู่ก็ได้    
    วกกลับมาเรื่องน้องชายบวชเห็นแม่บอกว่านางอยากบวชมานานแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าที่บวชตอนนี้ต้องการที่จะแต่งงานหรือป่าว ยังไม่ได้ถามนาง ช่วงนี้เราส่งเวรสอนหนังสือเพิ่มขึ้นทำให้ไม่ค่อยมีเวลา (จริงๆ มีเวลาแหละเเต่แบ่งจัดสรรไม่ดี 5555) เราสอนเดือนมีนาคมวันที่ 30 จากนั้น 31 มีนาก็รีบตื่นเช้านั่งรถกลับบ้านเพราะค่าตั๋วแพงมิไหวๆ เดือนนี้ไปมาหลายรอบ เป็นรอบแรกของปีที่นั่งรถทัวร์กลับตอนเช้า ปกติจะนั่งตอนกลางคืนเพราะได้นอน แต่ตอนเช้าก็ได้นอนนะแต่อาจไม่มากเท่าตอนกลางคืน ตื่น 6โมงเช้า ตาลีตาเหลือกรีบอาบน้ำแต่ตัวไปขึ้น MRT ไปจตุจักรแล้วนั่งวินไปต่อ ขนส่งหมอชิตรถออก 7.30 น. จวนเจียนมากเพราะเราไปถึงก็ 7 โมงหน่อยๆแล้ว แลกตั๋วเสร็จก็รีบวิ่งขึ้นรถเลย การจองตั๋วได้ที่นั่งข้างหน้าต่างก็โอเครหน่อย พอไปนั่งได้สักพักก็มีคนมานั่งข้างๆ จากนั้นเราก็หลับมาตื่นอีกทีเพราะเสียงคนข้างๆคุยโทรสับ ตอนแรกก็ลำคาญนะแต่พอได้ยินเรื่องที่เขาคุยก็หูผึ่งเลย ต่อมความเสือกก็เด้งขึ้นมาทันทีเท่าที่จับใจความได้ นาง (ผชนะ) น่าจะทำงานอยู่โรงเรียนอาจจะเป็นหรูหรือแผนกธุรการอะไรประมาณนี้ นางมาหาแฟนนาง (น่าจะผชด้วย) เพราะเห็นคุยกันทะเลาะกันเรื่องควาสัมพันธ์นี่แหละ โดยนางบ่นแนวน้อยใจว่าทำไมนางมาหาทำเหมือนไม่ชอบอยู่กับนาง ชอบเหวี่ยงนาง ชอบชวนนางทะเลาะ จะเลิกกันหรอ นางเดินทางมาตั้งนานเพื่อมาหากลับชวนทะเลาะ อะไรประมาณนี้ ตอนนี้นางกำลังจะกลับกำแพง คุยไปสักพักนึกว่านางร้องให้ไอ้เราก็ไม่กล้าดู 555 แอบใส่ airpod ไว้แต่ปิดเสียงเพลงนะเดียวไม่ได้ยินนางคุยกัน พอนางคุยกันไปสักแปปก็วาง เราก็กำลังจะหลับอีกโทรสับนางก็ดังมาคราวนี้เป็นเรื่องการโดทรมาสอบถามเรื่องงาน เรื่องการจัดประชุด การตั้งเบิกเบรคต่างๆ ฟังจนจับใจความได้ว่า นางน่าจะจัดเบรคบ่อย ทำเบรคบ่อย แล้วมันมีช่องว่างในการเขียนเบิกอยู่นางตั้งเบิก 1400 เเต่ราคาจริงอาจไม่ถึง นางก็โทรดิวกะร้านที่จัดว่าออกบิลแค่นี้ๆเหมือนเดิมนะ เดี่ยวผมเข้าไปเอาส่วนเกิดเหมือนเดิม (ระบบราชการอะเนอะ) จากนั้นหัวหน้านางก็โททรมาเรื่องนางไม่เซนเบิกอะไรสักอย่าง คุยกันบ่นกันทะเลาะกัน จนรถทัวร์จอดให้ทานข้าวเที่ยงพอทานเสร้๗ก็กลับมานั่งที่เดิมแต่นางยังไม่ยอมแพ้ ยังคุยต่อบ่นที่โดนหัวหน้าด่าให้เพื่อนนางฟัง สรุปตั้งแต่กรุงเทพจนกำปพงที่นางลง นี่ไม่ได้นอนเลยมัวแต่ฟังนาง ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของเรานะของใครก็ไม่รู้เป็นคนนิสัยไม่ดีเลยจิงๆ 555 จากนั้นก็นั่งต่ออีกแปปก็มาถึง บขส ตาก พอลงมาพ่อก็มารับพอดี นั่งรถกลับบ้านกับพ่อประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงบ้าน บ่นนั้นนนี่กันพ่อถามว่าจบเมื่อไหร่งานถึงไหนแล้ว นี่เลยบอกว่าจบอะยังไม่รุ้เเต่งานอ่ะพับไว้ก่อนเบื่อ ตอนนี้ของทำอย่างอื่นแทน 555 พอถึงบ้านก็เกือบทุ่มหนึ่งละ เราก็อาบน้ำเข้านอนจบไปหนึ่งวันในการเดินทาง

    วันที่ 1 เมษายน 2566 วันนี้ไม่ได้ทำอะไรมาตื่นมาก็เที่ยงละ พอตกบ่ายก็ไปตัดผม ร้านตัดผมที่ตัดประจำก็ปิดแต่ยังไงนี่ก็อยากตัดเลยไปหาร้านอื่น สรุปได้ตัดผมในราคา 50 บาท แต่ทรงผมก็ตลก น้องบอกว่าเหมือนทรงชาวเขา ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรนะพอนางพูดแบบน้ีละเอ่ะเหมือนนี้หว่า 555 ทั้งวันก็ไม่มีรัย ไปเที่ยวร้านเพื่อนชื่อ บุ๋ม นางเปิดร้านกาแฟกะอู๋ซ้อมรถชื่อร้าน 105/2 garage cafe เราก็ไปอุดหนุนนางกินเป็นชาเขียวไม่หวาน อร่อยนะนี่ว่า พร้อมกะชวนนางคุยหน่อยหนึ่ง คุยสักแปปก็กลับบ้าน นางก็เหมือนเดิมยังไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ร้านนางสวยนะน่านั่งด้วย

 

    วันนั้นพี่เขยมากินเหล้าที่บ้านกะแม่กะพ่อ เนื่องจากมีปัญหาในครอบครัวที่ต้องคุยกันเรื่องนี้ก็เห้อออออ เดี่ยวมาเหลา
    วันนั้นเราก็กินนะกินไปแก้ว 2 แก้วละทำงานเป็นแผนการสอนวิชา CPR กะ Suction and Oxygen ที่จะสอนนักเรียน NA ใหม่ นอนประมาณตี2 ตั้งปลุกตื่นตี 5 เพราะน้องบอกว่าจะต้องตัดผมตอนเช้าให้ยายกับยายแก้วตัดให้ แต่เรื่องไม่เป็นแบบนั้นเราตั้งปลุกละไม่ตื่่นเราตื่นประมาณ 8 โมง T^T ตอนนั้นพ่อแม่น้องตัดผมเรียบร้อยละไปวัดแล้ว พ่อกลับมาเอาของพอดีเลยบอกให้เรารีบอาบน้ำแต่งตัวไปตัดผมน้อง อันนี้คือความเฟลแรกนะ 555 พอไปถึงวัดเนื่องจากเป็นการบวชสงกานต์ด้วยคนเลยเพียบเลย เราก็ไปตัดผมนางพร้อมกะคนอื่น จากนั้นพระก็พาไปโกนหัวละล้างตัว เลยเห็นว่านางไปแอบสักมาเกือบเต็มหลักเลย เลยถามแฟนนางว่านางไปสักมาหรอ น้องบอกว่าใช้แต่สักยังไม่เสดเลยได้แค่เสือครึ่งหัว จะตลกหรืออยากทุบมันดีเนี้ย 555





พิธีตอนเช้าเป็นพิธีโกนผมก็เสร้จสิ้นไป ช่วงบ่ายก็เป็นการแห่โดยทางวัดขอแห่ช่วงเวลา 15.00 นเพราะวันนั้นเป็นวันที่ร้อนมาก พอถึงเวลาก็พานาคขึ้นรถละแห่ไป โดยพิธีแถวบ้านนาคต้องนั่งรถละไปไหว้สิ่งศักสิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพ 3 ที่โดยที่แรกคือศาลเจ้าพ่อโมกขละ ศาลหลักเมือง และสุดท้ายวัดพระเจ้าเก้าตื้อ โดยเวลาลงไปไหว้ห้ามให้เท้าโดนพื้นต้องมีคนอุ้ม ยกหรือแบกพวกนางไปพอไหว้เสร็จก็อุ้มกลับรถโดยระหว่างที่จะกลับนี่แหละที่จะมีชาวบ้านมาขวางทางไม่ให้ขึ้นรถจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการส่วนมากก็เป็นเหล้านั่นเอง



ยังมีอีกแต่เป็นวิดีโอเอาลงไม่เป็น 555https://drive.google.com/file/d/1dEkl0ablgFc0yGS6VIf99jCzDHMCgQnx/view?usp=share_link
เป็นลิงค์นี้ที่มีคนแบกนาง จากนั้นก็ทำการแห่รอบหมู่บ้านกินเวลานานมาก จนถึงวัดตอนเย็น ๆค่ำ ๆ จากนั้นก็มีพิธีแหล่นาคโดยเป็นคนแหล่จากสุโขทัย https://drive.google.com/file/d/1HfkmlVzEGsq8mYN5HfhfL46D28XVoQ8x/view?usp=share_link https://drive.google.com/file/d/1ACVX_g3KrgygMiSmjSPeuMTMx2GSCzyv/view?usp=share_link เพื่อเอาไปดู จากนั้นก็ทำพิธีเข้าโบสถ์เป็นอันเรียบร้อยไปวันแรก ส่วนตัวเรานั้นเล่นงานวัดเต้นละเลี้ยงพวกน้องๆเพื่อนๆที่มาช่วยงานสูยเงินไปสามพันกว่า 5555 แล้วก็เมาตามระเบียบ กลับบ้านไปประมาณ ตี 1 จากนั้นก็นอนก่อนนอนก็บอกแม่ปลูกด้วยนะเพราะตอนเช้าต้องแห่พระละส่งพระเข้าโบสถ์ ละเป็นไปดังคาดเราไม่ตื่นตื่นอีกทีก็เกือบ 8 โมงแล้วไม่ได้ไปส่งพระเลย นี่คือความเฟลที่ 2 ของเรานั้นเอง


    ไม่ได้ไปส่งพระเลยทั้ง 2 วันระหว่างนั้นเจ้าโดปามินพร้อมกับสำนึกก็หลั่งออกมาพร้อมกันคิดว่าตัวเองเป็นพี่ที่ดีหรือไม่ ทำบุญน้องแท้ๆ วันสำคัญแท้ๆทำไมไม่หักห้ามตัวเองเลยรู้สึกล้มมเหลวกับความเป็นพี่้ล้างหรือป่าว ในส่วนนี้บอกเลยว่าช่วงนี้เราค่อนข้าง sensitive เลยทำให้คิดมากขึ้นคิดเยอะขึ้น บางทีพระอาจไม่คิดิะไรแต่เราคิดไปเองมันเลยเป็นตราปาบอีกเรื่องของเราไปเลยนึกถึงทีรัยก็จะร้องไห้ตตลอดเซงตัวเอง 555 รู็ว่าไม่ดีแล้วทำทำไมคำนี้พูดกับคนอื่นบ่อยพอเป็นตัวเองทำไมทำไม่ได้ ความรู้สึกเฟลแบบนี้กำลังกลับมาอีก พอสัก 10 โมงเราก็กลับกรุงเทพพร้อมกะพี่เขยลุงละหลานอีกคนหนึ่ง เดินทางมาถึงราม (บ้านพี่เขย) เกือบทุ่มหนึ่งเราเลยขอตัวกลับหอ กว่าจะมาถึงหอเกือบ 3 ทุ่มเพราะรถที่นั่งไป MRT ราม 9 ติดมากกกกกก พอมาถึงห้องก็สลบเลย มีแอบไปซื้อเบียร์มากินด้วยนิสัยไม่ดีจิงๆกูนิ ต้องปรับอีกเยอะเลยถ้าไม่อยากเพิ่มตราบาปในใจ อาทิตย์นี้ก็จะต้องไปสอนอีก 2 วันจากนั้นก็จะรีบกลับบ้านอยากไปใส่บาตรพระสักครั้งหนึ่ง วันนี้ก็วันที่ 4 ละ ถ้าตามแผนไม่เปลี่ยนเราน่าจะกลับวันที่ 8 ได้ปกติ 
    สุดท้ายนี้อยากบอกตัวเองว่าโตเเล้วนะ 30 แล้วนะ คิดก่อนทำเยอะๆคิดก่อนพูดเยอะๆๆๆๆๆๆๆ ถ้าทำไปแล้วต้องยอมรับผลของมันเพราะสิ่งที่เราทำไปมันคือความตั้งใจของเราเอง จะมานั่งเสียใจกับสิ่งที่ทำไปนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นก่อนจะก้าวมองดูทางเสมอ สู้ๆตัวเอง วิจัยยังรอมึงอยู่ 555




ความคิดเห็น